ENG KU NEWS

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2566
ข่าวล่าสุด :
คณะวิศวฯ จัดอบรม RESEARCH PATHWAY จากงานประจำสู่งานวิจัย เส้นทางสู่ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ[คณะวิศวฯ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ Work Smarter with AI]คณะวิศวฯ นำนิสิต ศึกษาดูงาน ณ บริษัท ฟูรูกาวา ไฟเทล (ประเทศไทย) จำกัดคณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. จัด Workshop AWS Lab with Kiro เสริมทักษะ Cloud Computing และ AI ให้นิสิตคณะวิศวฯ มก. ร่วมมือ MOU บ.เอสอาร์พี มีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด พัฒนาทักษะบุคลากร-ถ่ายทอดเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยคณะวิศวฯ ร่วมงานสถาปนาคณะเภสัชศาสตร์ มก. ครบรอบ 1 ปีคณะวิศวฯ ร่วมยินดี สถาปนาสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มก. ครบรอบ 56 ปีคณะวิศวฯ ต้อนรับคณะผู้บริหารจาก GIST สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ หารือความร่วมมือทางวิชาการในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ด้าน AIคณะวิศวฯ ร่วมพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดพิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Lunghwa University of Science and Technology (LHU), Taiwan และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU)

วิศวฯ การบิน – กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมสำรวจสัตว์ป่าโดยใช้อากาศยานไร้คนขับ

ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชสำรวจสัตว์ป่าและประชากรกระทิงของกรมอุทยานแห่งขาติฯ  ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2557 โดยใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft System: UAS) ที่ออกแบบ พัฒนาและสร้างขึ้นโดยภาควิชาวิศวกรรมการบินฯ เพื่อใช้ในการติดตามสัตว์ป่าทางอากาศโดยเฉพาะ

          ทีมงานสำรวจ ประกอบด้วย ดร.ไชยวัฒน์ กล่ำพล หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ พร้อมด้วย นักวิจัย ช่างเทคนิค และนิสิตในภาควิชาฯ และนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าทั่วประเทศ รวมกว่า 60 ท่าน

ดร.ไชยวัฒน์ กล่ำพล เล่าว่า “ทีมสำรวจได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจติดตามตรวจสอบสุขภาพสัตว์ป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทิงที่มีสภาวะน่าเป็นห่วง หลังจากที่มีการพบว่าตายแล้วถึง 24 ตัว ในพื้นที่โครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยการสำรวจดังกล่าวใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับ (Unmanned Aircraft System: UAS) ที่ออกแบบ พัฒนาและสร้างขึ้นโดยภาควิชาวิศวกรรมการบินฯ จากห้องปฏิบัติการโครงสร้างอัจฉริยะและระบบควบคุมอัตโนมัติ (iSAAC LAB)”

ระบบอากาศยานไร้คนขับดังกล่าว ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษ ให้สามารถใช้งานจากบริเวณที่จำกัดได้และเคลื่อนที่ไปตามพิกัดที่กำหนดได้อย่างอัตโนมัติและถูกต้องแม่นยำ การใช้ระบบอากาศยานไร้คนขับนั้น เป็นการช่วยเพิ่มพื้นที่ตรวจตรา ลดความเสี่ยงอันตรายจากสัตว์ป่า ลดภาระการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ทหารและพิทักษ์ป่า รวมทั้งสามารถแจ้งพิกัดการพบสัตว์ป่าได้อย่างแม่นยำแบบทันท่วงที (real time) เพื่อประสานงานส่งต่อข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ประจำห้างส่องสัตว์ได้ติดตามสุขภาพสัตว์ป่า พฤติกรรมสัตว์ป่า โครงสร้างของประชากรกระทิงและสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ ในพื้นที่

“ในการทำงานของคณะทำงานจากภาควิชาฯได้ทำการบินสำรวจโดยอยู่ในที่ตั้งของสำนักงานโครงการพระราชดำริฯ ขึ้นบินที่ระดับความสูงเพียง80 เมตรจากพื้นผิว ผ่านร่องเขาผ่านไปยังหน้าผา จุดชมวิว เป็นระยะทางอากาศมากกว่า 15 กิโลเมตร ด้วยเครื่องอากาศยานไร้นักบิน โดยออกบินสำรวจตามพฤติกรรมการออกหากินของกระทิง ในช่วงเช้า ระหว่างเวลา 06.00-09.00 น. และช่วงบ่าย เวลา 16.00-19.00 น. สามารถตรวจพบกระทิง50 ตัว พบช้างมากกว่า 100 ตัว จากทั้งหมด 250 ตัว นอกจากนี้ยังพบเก้ง กวาง และหมูป่า   ในโอกาสเดียวกันนี้ ทางทีมงานสำรวจ ได้ทดลองการทำแผนที่ขนาดใหญ่ด้วยอากาศยานไร้นักบินเป็นครั้งแรกของประเทศ ผลลัพธ์ที่ได้คือแผนที่ทางอากาศที่มีขนาดใหญ่ถึง 16.7 ตารางกิโลเมตรมีความละเอียดสูงถึง 5 เซนติเมตรต่อพิกเซล ซึ่งมีความละเอียดมากกว่าภาพถ่ายจากดาวเทียมTHEOS ถึง 40 เท่า ภาพถ่ายทางอากาศดังกล่าว นับเป็นภารกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมซึ่งได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและโอกาสในการการตรวจพบกระทิงของทีมงาน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และมีแนวทางที่จะสร้างความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการทำงานวิจัยด้านการติดตามสัตว์ป่าทางอากาศ เร็วๆ นี้” ดร.ไชยวัฒน์ กล่าวเสริม

          นับเป็นอีกหนึ่งภารกิจบริการวิชาการของภาควิชาฯ ในการช่วยเหลืองานอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วยเทคโนโลยีวิศวกรรมการบิน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศที่ได้นำความเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนา อากาศยานมาพัฒนาเพื่อใช้ในงานรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นการเปิดโฉมหน้าใหม่ของการใช้เทคโนโลยีในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติด้านงานอนุรักษ์สัตว์ป่าในเมืองไทย อย่างไรก็ตาม มาตรการเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการตายของกระทิงรวมถึงสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ต้องดำเนินการตามหลักวิชาการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคและสาเหตุการตายอื่น และกำหนดเขตกันชน (buffer zone) จำกัดการเข้าออกพื้นที่ฯ โดยอนุญาตเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเท่านั้น

 

*********************************************************************************

แสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา

ข่าวล่าสุด

ติดตามเราได้ที่