ENG KU NEWS

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566
ข่าวล่าสุด :
คณะวิศวฯ ร่วมยินดี สถาปนาสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มก. ครบรอบ 56 ปีคณะวิศวฯ ต้อนรับคณะผู้บริหารจาก GIST สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ หารือความร่วมมือทางวิชาการในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ ด้าน AIคณะวิศวฯ ร่วมพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดพิธีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง Lunghwa University of Science and Technology (LHU), Taiwan และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KU)คณะวิศวฯ ต้อนรับคณะจาก Tsuru Educational Foundation และ Hiroshima Institute of Technology ประเทศญี่ปุ่น ร่วมหารือโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตระดับปริญญาตรีระยะสั้นมก. จับมือ Western Digital เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับการผลิตอัจฉริยะ วัสดุขั้นสูง และการพัฒนากำลังคนสู่ Industry 5.0คณะวิศวฯ ต้อนรับ คณะครู-นักเรียน โรงเรียนชลราษฎรอำรุง จ.ชลบุรี เยี่ยมชมคณะวิศวฯคณะวิศวฯ นำผลงานวิจัยด้านการป้องกันภัยอากาศยานไร้คนขับ ร่วมจัดแสดงในงาน “วันภูมิปัญญานักรบไทย ประจำปี 2569”คณะวิศวฯ ร่วมงานวันสถาปนาสถาบันผลิตผลเกษตรฯ มก. ครบรอบ 35 ปีคณะวิศวฯ เข้าร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล

โครงการ Impact-T

3)  การพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านอุทกวิทยา (Hydrology Model) “H08” และ  “SiBUC”
ในการพยากรณ์หรือเตือนภัยสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุทกวิทยานั้น จำเป็นต้องอาศัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านอุทกวิทยาที่ซึ่งได้นำปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบมาพิจารณาครบถ้วน และมีการทดสอบความถูกต้องแม่นยำของแบบจำลองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อปรับปรุงการพยากรณ์ให้มีความถูกต้องหรือใกล้เคียงมากที่สุดซึ่งซอฟต์แวร์แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านอุทกวิทยาที่ยอมรับและใช้กันแพร่หลายนั้นมีราคาจำหน่ายนับสิบล้านบาท โครงการ IMPAC-T ได้ปรับปรุงซอฟต์แวร์  Hydrology Model “H08” และ SiBUC”  ซึ่งเป็น Open Source หรือ Freeware ที่ใช้ได้ผลดีมาแล้วในประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทย ซึ่งได้มีการทดสอบผลและพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยมาจนเป็นที่มั่นใจแล้วว่าแบบจำลองให้ผลในการพยากรณ์ได้ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริง จึงได้นำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างระบบเตือนภัยน้ำท่วม

ในอนาคตมีโครงการที่จะขยายผลและเผยแพร่ Hydrology Model “H08” ไปสู่นิสิตนักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดเกี่ยวกับ H08 สามารถดูได้จาก http://impact.eng.ku.ac.th

 

 4)  โครงการ IMPAC-T กับการช่วยแก้ปัญหาและผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคกลางปี 2554

เมื่อเกิดน้ำท่วม กทม. ครั้งใหญ่ในปลายปี 2554  โครงการ IMPAC-T ได้ให้ความร่วมมือกับทาง JICA ในการพัฒนาระบบรายงานสถานการณ์น้ำท่วมแบบออนไลน์ให้กับรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นโครงการเร่งด่วนมากจึงต้องอาศัยคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ (Servers) ของ IMPAC-T ที่มีอยู่ดำเนินการไปก่อน รวมทั้งการใช้ Hydrology Model “H08” ของ IMPAC-T ในการวิเคราะห์และคาดคะเนด้วย ต่อมาเมื่อระบบมีความพร้อมและเสถียรจึงได้ย้ายไปยังเซิร์ฟเวอร์ซึ่งในอยู่ความดูแลของกรมชลประทาน  และได้เปิดให้บริการทั่วไปออนไลน์ 24 ชั่วโมงในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-ธันวาคม)    เรียกว่า  Flood Risk Information  ซึ่งสามารถดูได้จากเว็บไซต์ http://floodinfo.rid.go.th/

 

 5)   การพัฒนาระบบเตือนภัยดินถล่ม (Landslide Monitoring System)

          ในปัจจุบันเมื่อฝนตกหนัก มักจะเกิดปัญหาดินถล่มในบริเวณพื้นที่ลาดชันหรือเชิงภูขาตามมาเสมอ  โครงการ IMPAC-T ได้วิจัยและพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อคาดคะเนความเสี่ยงของการเกิดดินถล่มในพื้นที่ลาดชันของประเทศไทย เพื่อนำเสนอเป็นแผนที่เสี่ยงภัยดินถล่ม (Landslide Hazard Map) และแจ้งเตือนให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ  โดยได้นำผลการวิจัยไปใช้งานจริงในพื้นที่ซึ่งเกิดดินถล่มมาแล้วและยังมีความเสี่ยงภัยสูง ที่หมู่บ้านห้วยน้ำแก้ว อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่  ซึ่งมีการทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่จนประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง   ซึ่งสามารถนำมาเป็นต้นแบบให้กับการติดตั้งระบบเตือนภัยดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยอื่น ๆ ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

 

 6)  การศึกษาวิจัยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลประเทศไทย
โครงการ IMPAC-T ได้ตรวจวัดและเก็บข้อมูลการสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลในบริเวณพื้นที่ 27 แห่ง ตามแนวชายฝั่งทะเลของประเทศไทย ซึ่งมีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 2,700 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังได้ศึกษาวิจัยถึงการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งทะเลจากคลื่นและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มีการประยุกต์ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Brunn Model) เพื่อคาดการณ์ระดับน้ำที่สูงขึ้นในอนาคต และจัดทำพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งสามารถดูผลได้จากเว็บไซต์ http://impact.eng.ku.ac.th

 

        

 

 

 

 7)  การพัฒนา Forcing Data สำหรับพัฒนาและทดสอบโมเดลทางภูมิอากาศและอุทกวิทยา ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ในการทำวิจัยและพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้านอุทกวิทยา (Hydrology Model) จำเป็นต้องมีข้อมูลที่เป็นจริงของสภาพภูมิอากาศ ให้ได้มากที่สุดเพื่อใช้ในการสร้างและทดสอบความถูกต้องของแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่อการคาดคะเนผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อปัจจัยนำเข้าต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป โครงการ IMPAC-T  จึงได้รวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีสถานีวัดอากาศ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน เป็นต้น และแหล่งอื่นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และเป็นระยะเวลาย้อนหลังนับ 10 ปี  ซึ่งข้อมูลที่สำคัญได้แก่ ปริมาณฝนตกรายชั่วโมง ความเร็วลมรายชั่วโมง ความดันบรรยากาศรายชั่วโมง ความชื้นจำเพาะรายวัน การแผ่รังสีคลื่นยาวราย 3 ชั่วโมง การแผ่รังสีคลื่นสั้นรายวัน และอุณหภูมิผิวดินทุก 3 ชั่วโมง โดยได้นำข้อมูลที่ได้รับเหล่านั้นมาวิเคราะห์ความถูกต้องสมบูรณ์ด้วยกระบวนการทางสถิติ ได้ทำการคัดกรองข้อมูลที่ไม่แน่ใจว่าถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ทิ้งไป ทั้งนี้เพื่อให้ได้เป็นชุดข้อมูลภูมิอากาศที่เชื่อถือได้ว่าเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเรียกว่า “Forcing Data”  ที่จะนำไปใช้ในการสร้างและทดสอบแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ  ซึ่งได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาขึ้นมา  พร้อมกับได้เผยแพร่ให้นักวิจัย download นำไปใช้ได้ทางเว็บไซต์  http://impact.eng.ku.ac.th  (Data Center) ซึ่งโครงการ IMPAC-T  จะปรับปรุง “Forcing Data” ให้ทันสมัยและมีปริมาณเพิ่มมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 8)   การคาดคะเนพื้นที่ภัยแล้งและการประเมินความเสี่ยงภัยแล้งต่อทำการเกษตรในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

นอกเหนือจากศึกษาวิจัยเรื่องน้ำท่วมแล้ว โครงการ IMPAC-T  ยังได้ศึกษาวิจัยถึงภาวะขาดแคลนน้ำหรือภัยแล้ง (Drought) ควบคู่ไปด้วย  โดยได้พัฒนาโมเดลการประเมินความเสี่ยงต่อภัยแล้งในการทำเกษตรกรรมซึ่งให้ผลรวดเร็วในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ real-time  ทั้งนี้อาศัยข้อมูลดาวเทียมผนวกกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ นอกจากนั้นยังใช้ดัชนีภัยแล้งทางอุตุนิยมวิทยา (meteorological drought index)  ในการคาดคะเนล่วงหน้า 3 เดือน ถึงพื้นที่เกิดภัยแล้งต่อการทำเกษตรกรรมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน รวมถึงการศึกษาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีภัยแล้งทางอุตุนิยมวิทยากับผลของภัยแล้งที่มีต่อการปลูกพืช

 

 10)  การติดตั้งสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ  30 แห่ง ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

โครงการ IMPAC-T ได้ติดตั้งสถานีวัดอากาศอัตโนมัติ (Automatic Weather Stations) และสถานีวัดระดับน้ำ รวมไม่น้อยกว่าจำนวน 30 สถานี ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นการติดตั้งเสริมให้แก่กรมชลประทาน และ กรมอุตุนิยมวิทยา ในพื้นที่ซึ่งยังไม่มี   โดยทุกสถานีจะส่งข้อมูลทางไกลผ่านทางระบบโทรมาตร (Telemetering)  มายังศูนย์ข้อมูลใน กทม.

 

 11)  การออกแบบและพัฒนาการสื่อสารไร้สายระยะไกล และพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์ Wireless sensor nodes
เนื่องจากมีสถานีวัดอากาศ จุดเฝ้าสังเกตหรือเซนเซอร์ตรวจจับบางแห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ GPRS/GSM หรือมีสัญญาณแต่มักจะเกิดปัญหา หรือ Cellular link ล่มบ่อยๆ ดังนั้นจึงต้องศึกษาวิจัยหาแนวทางที่ให้สามารถตรวจสอบหรือรวบรวมข้อมูลจากแหล่งดังกล่าวแบบ real time ได้    โครงการ IMPAC-T ได้ออกแบบและพัฒนา Real-Time, Fault-Tolerant Hybrid Network แบบ Wireless Sensor network พัฒนาต้นแบบอุปกรณ์ wireless sensor nodes ซึ่งทดสอบการใช้งานแล้วได้ผลเป็นที่พอใจ

 

 12) การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Data Center)

โครงการ IMPAC-T ได้ใช้งบลงทุนประมาณ 30 ล้านบาทในการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Data Center)  ขึ้นที่ชั้น 9 อาคารบุญสม สุวชิรัตน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยงานหลัก ได้แก่ การประมวลผลข้อมูลที่ได้จากสถานีวัดสภาพอากาศของ IMPAC-T การปรับปรุงและ Update  “Forcing Data”  ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น การ  run หรือใช้โมเดลทางอุทกวิทยา  “HO8” และอื่น ๆ การประมวลผลข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม การประมวลผลข้อมูลแผ่นดินถล่ม เว็บไซต์ของ IMPAC-T สื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ ซึ่งได้มีการจัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์สมรรถนะสูง(High Performance Server) และ Servers ย่อย อื่น ๆ อีกนับ 20 เครื่อง  โดยศูนย์ข้อมูลดังกล่าวได้เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2557 ที่ผ่านมา

          

13) การเผยแพร่และตีพิมพ์ผลงานวิจัยจากโครงการ IMPAC-T

โครงการ IMPAC-T  มีทุนสนับสนุนให้นักวิจัยไปนำเสนอหรือตีพิมพ์ผลงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งมีผลงานของนักวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับสากลรวมกันแล้วไม่น้อยกว่า 50 เรื่อง ซึ่งรายละเอียดสามารถดูได้จากทางเว็บไซต์ของโครงการ IMPAC-T ซึ่งโครงการได้จัดให้มีการสัมมนาทางวิชาการสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจทั่วไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เป็นประจำทุกปี นอกจากนั้นยังได้เข้าร่วมจัดการประชุมระดับชาติและนานาชาติอันเกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำที่สำคัญหลายครั้ง เช่น  2nd  Asia Pacific Water Summit เป็นต้น

 

 

แสดงความคิดเห็น

เกี่ยวกับเรา

ข่าวล่าสุด

ติดตามเราได้ที่